พิธีสู่ขอและพิธีการหมั้น

พิธีสู่ขอและพิธีการหมั้น

 

ในสังคมเร่งรีบของคนเมืองในปัจจุบัน เชื่อว่าคู่บ่าวสาวสมัยใหม่หลายคู่ต้องการจัดพิธีหมั้นแบบเรียบง่าย เพื่อเป็นการประหยัดเวลาและค่าใช้จ่ายในการจัดงาน สำหรับพิธีหมั้นแบบเรียบง่ายและเหมาะเป็นอย่างสำหรับคู่บ่าวสาวที่ถือฤกษ์สะดวก ด้วยการจัดงานหมั้นแค่ในช่วงเช้าเท่านั้น ซึ่งส่วนใหญ่จะเชิญแขกเฉพาะญาติและเพื่อนสนิท ทั้งนี้เพื่อเป็นการประหยัดงบประมาณและเวลาในการทำพิธีที่เรียบง่าย แต่โดยธรรมเนียมที่สืบทอดกันมายาวนานจะมีดังนี้

          การสู่ขอ โดยประเพณีแล้วผู้ที่ได้รับมอบหมายให้มาสู่ขอนิยมให้สามีภรรยาที่อยู่กินกันมานานด้วยความผาสุกทำหน้าที่เป็น"เฒ่าแก่" ซึ่งส่วนใหญ่จะเป็นผู้ใหญ่ที่มีฐานะดี มีผู้ให้การเคารพนับถือ และรู้จักพ่อแม่หรือผู้ปกครองของทั้งสองฝ่ายรวมทั้งอุปนิสัยใจคอของฝ่ายชายเป็นอย่างดี เพราะตัวเฒ่าแก่จะเป็นผู้รับรองในตัวฝ่ายชาย โดยถือเคล็ดกันว่าชีวิตคู่จะได้มีความสุขอยู่กันจนแก่เฒ่าเหมือนกับเฒ่าแก่ที่มาทำพิธีให้นั่นเอง ในบางท้องถิ่นอาจให้ผู้ชายหรือผู้หญิงเป็นผู้ทำหน้าที่เฒ่าแก่ขันหมากหมั้นเพียงคนเดียวก็ได้ แต่ต้องเป็นคนที่แต่งงานแล้วอยู่กินกันมาเป็นระยะเวลานาน ไม่หย่าร้าง หรือ คู่ชีวิตได้เสียชีวิตลงไปก่อนแล้ว ซึ่งจะถือว่าไม่เป็นมงคลไม่ควรให้ไปเป็นเฒ่าแก่ ในสมัยก่อนนั้นการเจรจาสู่ขอเป็นเรื่องของผู้ใหญ่ฝ่ายเจ้าบ่าวที่จะมีการทาบทามสู่ขอกับพ่อแม่ของฝ่ายหญิง ตามธรรมเนียมแล้วฝ่ายหญิงจะไม่ยอมยกให้โดยง่ายในการเจรจาครั้งแรก ซึ่งพ่อแม่ของฝ่ายหญิงมักจะขอเวลาให้ได้มีโอกาสสอบถามความสมัครใจของลูกสาวของตนเอง รวมทั้งสืบประวัติของฝ่ายชายเสียก่อน แต่ในปัจจุบัน พิธีการสู่ขอมักจะเป็นเพียงขั้นตอนการสอบถามตามประเพณีในพิธีการเท่านั้น เนื่องจากในสังคมปัจจุบันทั้งสองฝ่ายต่างก็รู้จัก ว่าที่ลูกเขย ว่าที่ลูกสะใภ้ ของตนเองนานพอสมควรแล้ว และหลายคู่มีการคบหากันตั้งแต่ตอนเรียนจนจบมาก้อได้แต่งงานกัน แต่ยังคงดำรงวัฒนธรรมอันดีงามของประเพณีไทยไว้

หลังจากที่พิธีแห่ขบวนขันหมากเสร็จสิ้น จะนำพานขันหมากเอก พานขันหมั้น พานธูปเทียน พานสินสอดเงิน พานสินสอดทอง และพานแหวน มาเรียงไว้บนโต๊ะด้านหน้าของพิธี นายพิธีจะเรียนเชิญผู้ใหญ่และเถ้าแก่ของทั้งสองฝ่ายขึ้นเวที หรือเชิญให้นั่งเก้าอี้ ซึ่งเป็นบริเวณประกอบพิธีการ โดยการนั่งนั้นจะให้ฝ่ายหญิงอยู่ทางซ้ายของเวที ส่วนฝ่ายชายนั่งอยู่ทางขวาของเวที โดยให้คุณพ่อของทั้งสองฝ่ายนั้งอยู่ด้านนอกสุด

          พิธีการสู่ขอ จะเริ่มโดยให้เถ้าแก่ หรือคุณพ่อคุณแม่ฝ่ายชายกล่าวแนะนำตนเอง และกล่าวสู่ขอเจ้าสาวให้กับเจ้าบ่าว โดยได้นำสินสอดทองหมั้นมาสู่ขอตรงตามจำนวนที่ตกลงกันไว้ และเชิญคุณแม่เจ้าสาวตรวจนับสินสอด ทางด้านเถ้าแก่ฝ่ายหญิงและคุณแม่เจ้าสาวก็จะพิจารณาดูสินสอดทองหมั้นพอเป็นพิธี เสร็จแล้วคุณแม่เจ้าสาวจะอนุญาติให้เจ้าบ่าวไปรับเจ้าสาวมายังพิธีการ ปกติถ้าเป็นการจัดงานที่บ้าน จะซ่อนเจ้าสาวไว้ที่ห้องส่งตัว โดยเจ้าบ่าวจะต้องถือช่อดอกไม้ไปรับตัวเจ้าสาว แต่อาจจะมีเพือนเจ้าสาวคอยกั้นประตูอีกครั้งหนึ่ง แต่หากเป็นทางโรงแรมจะขึ้นกับความสะดวก จากนั้นจะเดินจูงมือเจ้าสาวมายังห้องพิธี โดยมีเพื่อนเจ้าสาวเดินตามมาคอยดูความเรียบร้อยของเจ้าสาวในการเดิน ไม่ว่าจะเป็นชุดที่ใส่หรือสไบที่ยาวลากพื้น อาจจะเหยียบทำให้พลิกล้มได้ เมื่อเจ้าสาวขึ้นเวทีโดยการเดินเข่า เพื่อนเจ้าสาวต้องคอยระวังเจ้าสาวไม่ให้พลาดล้มหรือสะดุด โดยให้ขึ้นเวทีทางด้านพ่อแม่เจ้าบ่าว แล้วกราบพ่อแม่เจ้าบ่าว 3 ครั้ง เนื่องด้วยเปรียบเสมือนพ่อแม่เป็นพระสำหรับลูก แล้วคลานเข่าไปยังพ่อแม่เจ้าสาว กราบพ่อแม่เจ้าสาวแล้วหันหน้าออกมาด้านหน้าเวที เมื่อทุกคนพร้อมนายพิธีจะเรียนเชิญแม่เจ้าสาวมาตรวจนับสินสอด โดยนิยมให้เพื่อนเจ้าสาวมาช่วยแก้ผ้าห่อสินสอด และรวบรวมใส่พานสินสอดให้แม่เจ้าสาว โดยนำใบพลู ใบหมาก ใบเงิน ใบทอง ใบรัก มาจัดเรียงในพานสินสอด และนำสินสอด เงิน ทองมาวางจัดเรียงรวมกันในพานให้สวยงาม และให้แม่เจ้าสาวนำถั่วงา ข้าวตอก ดอกไม้จากพานสินสอดมาโรยในพานวางสินสอด พร้อมให้พรให้สินสอดทองหมั้นงอกเงยเติบโตดุจถั่วงา ปัจจุบันนิยมให้ญาติผู้ใหญ่บนเวที ช่วยกันโปรยที่ละท่านเพื่อเป็นสิริมงคล หลังจากนั้นก็จะมัดสินสอดทองหมั้นทั้งหมดและแบกขึ้นบ่าแม่เจ้าสาว พร้อมทำท่าว่ามันหนักมากเดินบนเวที และส่งให้เพือนเจ้าสาวนำไปเก็บในที่ปลอดภัย ตามธรรมเนี่ยมสินสอดทองหมั้นถือเป็นค่าตอบแทนที่มอบให้กับแม่เจ้าสาวที่เลี้ยงดูเจ้าสาว ซึ่งหากว่าแม่เจ้าสาวจะคืนให้ลูกไปใช้ในการตั้งเนื้อตั้งตัว หลังจากแต่งงานจะนำส่วนหนึ่งมาคืนให้คู่บ่าวสาวตอนพีธีรับไหว้ เป็นการจบพิธีสู่ขอ
          พิธีสวมแหวนหมั้น หลังจากเสร็จพิธีสู่ขอจะเป็นพิธีการสวมแหวนหมั้น เริ่มต้นให้ฝ่ายหญิงกราบฝ่ายชายหนึ่งครั้ง โดยให้ฝ่ายชายรับมือพนมของฝ่ายหญิง โดยจะวางที่ตักหรือระดับอก ฝ่ายชายจะสวมแหวนให้เจ้าสาวโดยสวมที่นิ้วนางข้างซ้ายเจ้าสาว และเจ้าสาวกราบขอบคุณ หากมีสร้อยคอ กำไลหรือต่างหู เฒ่าแก่ทั้งสองฝ่ายจะเรียกให้ฝ่ายชายหรือว่าที่เจ้าบ่าวทำการสวมให้ฝ่ายหญิง หรือว่าที่เจ้าสาวของตนต่อหน้าทุกคนเพื่อให้เป็นสักขีพยาน หลังจากนั้นเจ้าสาวจะสวมแหวนให้เจ้าบ่าวที่นิ้วนางข้างซ้ายเช่นกัน


เรียบเรียงข้อมูลโดย... www.WeddingPRO.studio

Powered by MakeWebEasy.com