พิธีรดน้ำสังข์

พิธีรดน้ำสังข์

          ทราบกันมั้ยครับว่าในบรรดาพิธีการงานแต่งทั้งหมดนั้น "พิธีรดน้ำสังข์" หรือ "พิธีหลั่งน้ำพระพุทธมนต์และประสาทพร" เป็นพิธีที่ทำให้เจ้าสาวต้องหลั่งน้ำตากันมากที่สุด เพราะว่าพิธีรดน้ำสังข์เป็นพิธีที่ญาติผู้ใหญ่อันเป็นที่รักของคู่บ่าวสาวจะให้โอวาทสำหรับการเริ่มต้นชีวิตนั่นเองครับ โดยขั้นตอนของพิธีแต่งงานแบบไทยอันศักดิ์สิทธิ์อย่าง พิธีรดน้ำสังข์ เป็นขั้นตอนหลังจากที่คู่บ่าวสาวได้ร่วมทำบุญตักบาตร ฟังพระเจริญพุทธมนต์ และถวายจตุปัจจัยไทยธรรม จากนั้นจะเป็นฤกษ์รดน้ำหรือหลั่งน้ำสังข์ ซึ่งถือเป็นอีกหนึ่งขั้นตอนสำคัญในการแต่งงานแบบไทยที่มีความงดงามที่เต็มไปด้วยคุณค่าทางวัฒนธรรมของไทยแท้ๆ โดยคู่บ่าวสาวต้องนั่งที่ตั่งรดน้ำสังข์ ซึ่งจะมีหมอนสำหรับรองมือและพานรองรับน้ำสังข์ ส่วนด้านหลังจะเป็นเพื่อนเจ้าบ่าวและเจ้าสาวยืนอยู่เพื่อความอบอุ่นสวยงาม

          เกี่ยวกับเพื่อนเจ้าบ่าวเจ้าสาวนี้มีความเชื่อกันว่า ควรเลือกคนที่อายุน้อยหรือใกล้เคียงกับคู่บ่าวสาว และอยู่ในช่วงที่ใกล้หรือมีโครงการจะแต่งงานเร็วๆ นี้ หากเอาคนที่ยังโสดอาจต้องกลายเป็นเพียงเพื่อนเจ้าบ่าวเจ้าสาวไปตลอดชิวิต ไม่มีโอกาสได้เป็นเจ้าบ่าวเจ้าสาวตัวจริงกับเขาเสียที ทั้งนี้อาจเป็นเพราะว่า ผู้ใหญ่ต้องการให้ผู้ที่ใกล้จะเข้าพิธีแต่งงานมารับรู้ได้ดูขั้นตอนของพิธีเอาไว้ เมื่อถึงคราวตัวเองจะได้ปฏิบัติได้ถูกต้อง เพราะจะต้องอยู่เป็นเพื่อนเจ้าบ่าวเจ้าสาวไปจนกว่าจะเสร็จพิธี

          พระสงฆ์หรือผู้เป็นประธานในพิธีจะทำการเจิมให้แก่คู่บ่าวสาว ซึ่งการเจิมนั้นจะมีความหมายต่างกันที่การใช้นี้ว เช่น ถ้าใช้นิ้วหัวแม่มือจะถือว่าเป็นนิ้วที่สกปรกน้อยที่สุด นิ้วนางเป็นแบบมุทราของเทวรูปพระวิษณุ นิ้วชี้เป็นนิ้วที่สวมแหวนพิรอดที่ถือว่าเป็นแหวนพระอุมาป้องกันสิ่งที่ไม่เป็นมงคล แต่ยกเว้นนิ้วกลางห้ามใช้ โดยจะเจิมจุดเดียวหรือสามจุดเรียงเป็นแถวตามนอน อาจเรียงเป็นรูปหน้าจั่วก็ได้ ฝ่ายชายนั้นพระท่านสามารถที่จะทำการเจิมได้โดยตรง แต่หากเป็นฝ่ายหญิงพระท่านไม่สามารถถูกเนื้อต้องตัวได้ จึงต้องจับมือฝ่ายชายเจิมหน้าผากให้เจ้าสาวของตน พร้อมสวมมงคลแฝดให้คู่บ่าวสาวคนละข้าง ซึ่งสายมงคลแฝดจะโยงห่างกันประมาณสองศอกเพื่อความสะดวก และส่วนปลายของมงคลจะโยงมาพันที่บาตรน้ำมนต์ และหางสายสิญจน์พระสงฆ์จะส่งกันไปโดยจับเส้นไว้ในมือ จนถึงพระองค์สุดท้ายก็จะวางสายสิญจน์ไว้ที่พาน

          หากเป็นการรดน้ำตอนเย็นเหมือนที่นิยมจัดกันในสมัยนี้จะมีเพียงมงคลแฝดไม่มีสายโยง แต่ธรรมเนียมสมัยก่อนต้องมีสายโยงไปที่บาตรน้ำมนต์และพระสงฆ์ด้วย เพื่อให้พระท่านสวดพระสวดชยันโตในขณะที่ทำพิธีรดน้ำหรือหลั่งน้ำสังข์ เมื่อคู่บ่าวสาวสวมมงคลแฝดและนั่งพนมมือคู่กันในที่จัดไว้แล้ว จะมีคนคอยตักน้ำพระพุทธมนต์เติมในสังข์เพื่อส่งให้ผู้ที่จะรดน้ำอวยพร โดยเริ่มจากพ่อแม่ของคู่บ่าวสาว และญาติผู้ใหญ่ของทั้งสองฝ่ายก็จะทยอยกันมารดน้ำสังข์ตามลำดับ ซึ่งในระหว่างที่ญาติผู้ใหญ่กำลังรดน้ำ พระสงฆ์ก็จะทำการสวดชยันโตเพื่อความเป็นสิริมงคลไปพร้อมกัน นิยมรดน้ำสังข์ใส่ในมือให้เจ้าสาวก่อน แล้วจึงรดให้เจ้าบ่าว ขณะหลั่งน้ำสังข์ก็กล่าวอวยชัยให้พรให้คู่บ่าวสาวประสบความสุขความเจริญ อยู่ด้วยกันจนแก่เฒ่า ถือไม้เท้ายอดทองกระบองยอดเพชร มีลูกเต็มบ้านมีหลานเต็มเมือง

          หลังจากพิธีรดน้ำสังข์เสร็จการปลดมงคลออกจากศีรษะของคู่บ่าวสาวนั้นจะปลดออกมาพร้อมกัน หรือจะปลดมงคลออกจากศีรษะแล้วเด็ดสายสิญจน์ที่ต่อมงคลแผดให้ขาดออกจากกัน แล้วมอบมงคลแฝดข้างละวงให้แก่เจ้าบ่าวและเจ้าสาวพันข้อมือเอาไว้ จากนั้นรวบมือคู่บ่าวสาวให้ลุกขึ้นพร้อมกัน เป็นอันเสร็จพิธี โดยมีเคล็ดลางเกี่ยวกับพิธีรดน้ำสังข์คือ หากฝ่ายใดลุกขึ้นยืนก่อนฝ่ายนั้นจะได้เป็นผู้ที่อยู่เหนือคู่ครองของตน เช่น เจ้าสาวลุกขึ้นก่อนสามีจะเกรงกลัว แต่หากยึดถือมากเกินไปเวลารดน้ำเสร็จต่างก็รีบลุกขึ้นคงไม่ดีแน่ ผู้ใหญ่จึงมักจะบอกให้ทั้งสองฝ่ายช่วยประคับประคองกันลุกขึ้นแทน ซึ่งจะทำให้เกิดภาพที่น่าประทับใจมากกว่า

          ส่วนในสมัยโบราณพิธีการแต่งงานจะมีทั้งพิธีรดน้ำสังข์และ “พิธีซัดน้ำ” พระสงฆ์จะเป็นผู้ทำพิธีโดยตักน้ำมนต์ในบาตรซัดสาดใส่คู่บ่าวสาว บรรดาเพื่อนเจ้าบ่าวเจ้าสาวซึ่งมีอยู่หลายคู่จะแกล้งนั่งห้อมล้อมให้คู่บ่าวสาวนั่งเบียดกันชิดกัน การซัดน้ำนี้บางทีซัดจนเปียกปอนต้องเปลี่ยนชุดหลังจากเสร็จพิธีการแต่งงาน ก็น่าสนุกสนานเฮฮาครื้นเครงไปอีกแบบ

          อุปกรณ์ในพิธีรดน้ำสังข์ประกอบด้วย ชุดตั่งหลั่งน้ำจะมี เก้าอี้นั่ง 2 ตัว, โต๊ะวางมือ 2 ตัว, โต๊ะวางพานรับน้ำสังข์ 2 ตัว, โต๊ะวางอุปกรณ์ 1 ตัว, พวงมาลัยบ่าวสาว, แป้งเจิม, มงคลแฝด, พานวางหอยสังข์, พานสำหรับน้ำสังข์, หมอนรองมือ, พานพุ่มดอกไม้สำหรับรับน้ำสังข์, ของชำร่วย โดยมีขั้นตอนในการจัดวางชุดตั่งรดน้ำสังข์คือ วางเก้าอี้ให้คู่กันบริเวณหน้าฉาก โดยเจ้าบ่าวจะนั่งด้านขวามือของเจ้าสาว ขณะเดียวกันฝ่ายเจ้าสาวก็จะนั่งอยู่ด้านซ้ายมือของเจ้าบ่าว และด้านหน้าเก้าอี้ตั้งโต๊ะวางมือ ส่วนพานดอกไม้สำหรับรับน้ำสังข์ จะตั้งอยู่บริเวณหน้าโต๊ะวางมือ ส่วนโต๊ะวางอุปกรณ์ เช่น พานวางหอยสังข์ และพานน้ำสำหรับใส่ในหอยสังข์ จะตั้งไว้บริเวณด้านขวาข้างฝ่ายเจ้าบ่าว และอุปกรณ์อื่นๆ เช่น ซุ้มดอกไม้ประดับบริเวณโดยรอบของคู่บ่าวสาว และฉากหลังที่ตกแต่งด้วยผ้าสีอ่อนหวาน เพื่อความสวยงาม


เรียบเรียงข้อมูลโดย... www.WeddingPRO.studio

Powered by MakeWebEasy.com